เล่าตำนานสุขภาพจิตของเมืองนอกจบไปละ
 
คราวนี้มาเมืองไทยกันมั่งดีกว่า..
 
กรมสุขภาพจิต (2544) เค้าแบ่งการดำเนินงานสุขภาพจิตในประเทศไทย
 
ออกเป็น 7 ยุคด้วยกัน (โห..อย่างเยอะ..จะเยอะไปไหนวะ -_-')
 
..
 
เอาเถอะ จะเล่าให้อ่านแค่ 3 ยุคพอ..
 
เป็นความรู้รอบตัว
 
 
อ่านเยอะหนักกบาล ปวดสมอง =_='
 
 
อยากรู้เพิ่มก็มาคุยกันนี่
 
เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนอกรอบ =]
 
 
ไปๆ ไปดูกันว่าสามยุคที่คัดมาให้ เป็นยังไงมั่ง..
 
-----------------------------------------------------------------------------------
 
 
1. ยุคดั้งเดิม (พ.ศ.2432 - 2467)
 
ในประเทศเรามีการรักษาคนไข้โรคจิตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 
 
สถานที่ดูแลผู้ป่วยโรคจิตที่แยกออกมาจากโรงพยาบาลทั่วไปเปนครั้งแรก
 
เิกิดขึ้นที่บ้านพระยาภักดีพัทรากร เป็นเรือนคนไข้ ซึ่งเปิดรับครั้งแรกจำนวน 30 คน
 
ถัดจากนั้นมา ก็ได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลคนเสียจริตปากคลองสาน
 
โดยมีนายแพทย์ Hugy Campbell Highet เป็นผอ. 
 
ซึ่งคุณหมอฮักกี้ได้เสนอกับรัฐบาลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
 
และความบกพร่องในการดูแลคนไข้..
 
จึงทำให้ัรัฐบาลในสมัยนั้นดำเนินการสร้างโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาในปัจจุบัน
 
----------------------------------------------------------------------------------
 
2. ยุคโรงพยาบาลจิตเวชแผนใหม่ (พ.ศ.2468 - 2484)
 
ปี 2468 นั้น โรงพยาบาลคนเสียจริตย้ายสังกัดไปอยู่กับกรมสาธารณสุข
 
ซึ่งหลวงวิเชียรแพทยาคมได้มาดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงพยาบาลจิตเวชคนแรกของประเทศไทย
 
แต่ช่วงพ.ศ. 2472 หลวงวิเชียรฯได้เป็นแพทย์ไทยคนแรกที่ได้ทุนไปเรียนวิชาโรคจิต (Psychiatry)
 
ที่ประเทศอเมริกา 2 ปี พอกลับมาก็เปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลคนเสียจริต
 
กลายเป็นโรงพยาบาลโรคจิตธนบุรี เพื่อแก้ไขการตั้งข้อรังเกียจของประชาชน
 
 
หลวงวิเชียรฯเป็นผู้ที่นำเครื่องมือตรวจวัดเชาว์ปัญญาของ Stanford-Binet มาใช้
 
ในประเทศไทย เป็นคนแรก.. นอกจากนี้ัยังได้เขียนหนังสือเรื่อง "วิธีตรวจโรคจิตและหลัก
 
วินิจฉัยโดยย่อ" ซึ่งเป็นตำราจิตเวชเล่มแรกสำหรับแพทย์ทั่วไปอีกด้วย ^_^
 
 
นอกจากนี้ยังมีการสร้างโรงพยาบาลจิตเวชอีกหลายแห่งในยุคน