สัมพัทธนิยมทางจริยศาสตร์ (Ethical Realtivism)


“ไม่มีมาตรฐานทางจริยธรรมแบบภววิสัย (Objective) หรือแบบสัมบูรณ์ (Absolute)
ที่จะทำให้คนทุกคนในทุกสถานที่และทุกเวลายึดถือร่วมกัน”


 

แนวคิดนี้จะมีฐานคิดร่วมกัน 6 ประการ

  1. สังคมที่แตกต่างกันจะมีหลักจริยธรรมที่แตกต่างกัน
  2. ไม่มีเกณฑ์แบบภววิสัยที่สามารถตัดสินได้ว่า หลักจริยธรรมของสังคมหนึ่ง
    เหนือกว่าหรือด้อยกว่าของอีกสังคมหนึ่ง
  3. หลักจริยธรรมของสังคมใดสังคมหนึ่ง มิได้มีสถานะพิเศษกว่าลังคมอื่นๆ
     ทั้งนี้เพราะหลักจริยธรรมนั้นเป็นเพียงจริยธรรมระบบหนึ่งในจริยธรรมทั้งหมด
  4. ในจริยศาสตร์ไม่มี ความจริงสากล (universal truth) คือ ไม่มีความจริงสากล
    ที่คนยึดถือหรือยอมรับร่วมกันตลอดเวลาทุกยุคทุกสมัย
  5. หลักจริยธรรมในสังคมหนึ่งๆจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่ถูกและผิดของสังคมนั้นๆ
  6. ความพยายามใดๆในการตัดสินการกระทำของคนในวัฒนธรรมอื่น 
    ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควร ดังนั้นเราควรจะมีความอดกลั้น
    ต่อการปฏิบัติตามความเชื่อของคนที่มีวัฒนธรรมต่างจากเรา
 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปุ่นมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องนั้นจากการเรียนวิชา”ปัญหาทางปรัชญา” กับอ.พิพัฒน์ สุยะ เมื่อเทอมที่ผ่านมาค่ะ

เรื่อง Ethical Relativism เป็นเรื่องที่ปุ่นชอบมากเรื่องหนึ่ง..

 

เพราะอะไร?

 

 

เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีนัยยะอยู่แค่ในเรื่องนี้.. เข้าใจป่ะ?

คือ Etical Relat. พูดถึงการตัดสินถูกผิดเรื่องจริยธรรมใช่มะ

 

เราคิดว่า มันไม่จำเป็นต้องเป็นแค่เรื่องจริยธรรมหรอก

แต่มันทุกเรื่องนั่นแหละ..

 

เช่น เราอาจจะมีความคิด หรือทัศนคติในบางเรื่องไม่ตรงกับใครสักคนหนึ่ง

แต่ปุ่นว่าเราก็ไม่มีสิทธิจะไปว่าคนนั้น ว่าสิ่งที่เค้าคิดนั่นมันไม่ถูก

หรือไปคิดแทนคนอื่นเค้า..

 

เพราะนั่นมันชีวิตเค้า ไม่ใช่ชีวิตคุณ!

 

นักเขียนท่านหนึ่ง กล่าวว่า “ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิจะคิดจะเชื่ออย่างไรก็ได้”

ใช่แล้ว..ทุกคนมีสิทธิจะคิดจะเชื่ออย่างไรก็ได้..

 

คุณจะคิด..เราก็ไม่ว่าคุณ แต่คุณก็อย่ามา”ก้าวก่าย” สิ่งที่เราคิด เราเชื่อเช่นกัน

คุณไม่พอใจ..กรุณาเงียบ และบอกตัวเองว่า “เค้าคงมีทัศนคติไม่เหมือนเรา”

 

แต่จะไปบอกว่าสิ่งที่เค้าคิดมัน”ไม่ถูก”  มัน”กระจอก” ฯลฯ มันไม่ใช่..

เพราะสุดท้ายแล้ว.. ตัวคุณนั่นแหละที่ถูกคนอื่นมองไม่ดี

 ไม่ต้องให้ใครมาบอกเลยว่าคุณดีไม่ดีอย่างไร

ตัวคุณทำให้มันโผล่ออกมาเอง..

 

..

 

..

 

ลองกลับไปอ่านทวนใหม่นะคะ 6 ข้อของ Ethical Relativism.. เค้าว่ายังไงบ้าง..

ปุ่นคิดว่าค่อนข้างเป็นประโยชน์ในทุกเรื่อง และทุกคนค่ะ 

 

ป.ล. ที่ต้องเขียนเรื่องนี้เพราะเจอมากะตัวค่ะ เจอแบบซ้ำซาก เฮ่อ..

ป.ล.๒ เรื่องนี้กลายเป็น Hot Issue ที่ถูกพูดถึงในแวดวงคนรอบข้างปุ่นเป็นอย่างมาก
กระทั่งตอนนี้กระแสความนิยมเรื่อง “การควร-ไม่ควร ตัดสินผู้อื่น + การพูดเท่าที่ควรจะพูด”
ยังคงมาแรงอยู่ในขณะนี้...

 

ยิ่งกว่า “แพลงกิ้ง”..

 

Comment

Comment:

Tweet

สนใจติดต่อได้ที่ 0807977770 - 6 ,0828634313-6,0821988880-6
GClub Royal เราคือ Web ผู้ให้บริการคาสิโน & SPort

#11 By ppppppt4w3a (103.7.57.18|202.58.99.182) on 2012-09-05 15:54

@quetoindies  ^__________^
ยินดีที่ได้รู้จักนะค๊า..
เดี๋ยวจะแวะไปเยี่ยมบ้านนน confused smile

#10 By ' I'm E29AZA ' on 2012-05-29 05:39

ออ เข้าใจแล้วครับ open-mounthed smile
ครับผม ชอบอ่านแนวนี้ครับ แนว psycho, philos, ethics, politics ครับ แล้วก็ชอบคิดๆ เขียนๆ ^^

#9 By Queto on 2012-05-28 22:43

@quetoindies  ใช่ๆ เป็นความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่ง
แต่ละสังคมมีการตัดสินแตกต่างกัน
..
อันนี้ในทัศนคติเราคือ เราเอามาประยุกต์ใช้กับเรื่องในระดับบุคคล
คือนอกจากเรื่องในเชิงจริยศาสตร์แล้ว..
แต่เรื่องอื่นๆในชีวิตคนเราก็ด้วย
อย่าลืมมองว่าคนอื่นเค้าก็มีสิทธิที่จะคิดแตกต่างไปจากเรา
เพราะแต่ละคนก็มี Individual Difference ของตัวเอง
ดังนั้น ก็อย่าไปตัดสินความคิดใครว่าถูกผิด ดีชั่ว
โดยไม่มองบริบทอื่นในตัวเค้า..
อย่าไปชี้ขาดตัดสินว่าใครแต่ละคนทำแบบนั้นแบบนี้น่ะ มันไม่ดี เพียงเพราะเค้าคิดต่างจากเรา.. แ่ต่ให้ดูบริบทและเหตุผลก่อน
ถ้าเข้าใจกันก็แล้วไป แต่ถ้าไม่.. It can't be help surprised smile  
""""
คือที่มาของเอนทรี่นี้ จำได้ว่า เขียนขึ้นมาเพราะว่า
มีใครบางคนที่เราต้องพบเจอ
มาบอกว่าพฤติกรรมที่เราทำน่ะ ..เพราะเราเป็นคนแบบนั้นแบบนี้
โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าเหตุผลแท้จริงของการกระทำนั้นคืออะไร
แล้วก็มาดูแค่ภายนอก.. แล้วก็มาตัดสินเรา
แน่นอนว่าเค้าอาจคิดไม่ตรงกับเรา..นั่นไม่ใช่ปัญหา
ทุกคนไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน.. คุณคิดขัดกับเราได้
ไม่ได้ผิด
แต่ไม่ชอบที่มาตัดสินเรา เพียงแค่เราคิดต่างจากเค้า.. 
เพื่ออะไร?
ประมาณนี้ค่ะ open-mounthed smile
ป.ล. ขอบคุณที่แวะมาอ่านเอนทรี่เก่าๆ ^^
ว่างๆลองแวะอ่าน categories ..Travelling เน้อออออ
ภูมิใจเสนอ อิอิ

#8 By ' I'm E29AZA ' on 2012-05-28 10:05

Ethical Relativism อย่างน้อยมันต้องมีความเหมือนในกลุ่มหรือลักษณะของ Culture หนึ่งๆ ไม่ใช่เหรอครับ แต่ถ้ามองว่า แต่ละคนก็มีความคิดหรือความเชื่อแตกต่างกันไป เราไม่มีสิทธิไปตัดสินใคร อย่างงี้ก็ไม่มีคำว่า "จริยศาสตร์" เกิดขึ้นมาจริงๆ เพราะจริยศาสตร์คือวิชาที่ตัดสินความดี ชั่ว แต่ถ้าเราตัดสินใครไม่ได้เลย (สมมติ) โลกนี้ก็ไม่มีจริยศาสตร์ surprised smile  แต่จริยศาสตร์แบบสัมพัทธ์จะมองในบริบทของกลุ่มสังคมหรือวัฒนธรรมครับ ที่แต่ละสังคมก็จะมีแนวทางการตัดสินแตกต่างกัน --

#7 By Queto on 2012-05-27 23:13

http://baembieboo.exteen.com/
ฝากคอมเม้นหน่อยนะค้ะ ขอบคุณที่คอมเม้นให้นะค้ะ ขอบคุณจริงๆค้ะ เพราะต้องส่งอาจารย์ค่ะ ขอบคุณมากๆนะค้ะ ส่งเทอม 1 ปีการศึกษา 54 ค่ะ

#6 By Tanya Kosawiboonpon on 2011-07-08 18:50

พี่ปุ่นจะเป็นพี่บัณฑิตแล้วสิเนี่ย :D

#5 By idscene on 2011-06-28 09:19

แต่ละคนมีชุดความคิด จริยธรรมของตัวเอง
ตราบใดที่ไม่ไปทำใครเดือดร้อน
ก็ไม่ควรไปล้ำเส้นใครต่อใคร โดยการวิพากษ์วิจารณ์
เนอะ
ช่วงแรกภาษาอ่านยากมากจริงๆ...

(ความรู้ผมไม่ถึง...ฮ่าๆ)

อ่านตอนหลังๆ

เห็นด้วยครับ...

คนเรามีสิทธิที่จะคดที่จะเชื่อ

ตราบใดที่ความเชื่อนั้นไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน...

^^

(FAQ คือ แบบคำถามที่คนถามเข้ามาอะครับ)

#3 By I am DangerousFox on 2011-06-25 20:07

ต่างคนต่างที่มา
นิสัยจึงต่างกัน

แต่เมื่ออยู่ในสังคมแ้ล้ว
ก็ต้องปรับตัวเข้าหากันให้ได้

-------------------


ตอบเม้น "คนขยะ"

รอคุณปุ่นเล่าเรื่องนั้นอยู่นะ

big smile big smile big smile

#2 By อิสระรำพัน on 2011-06-25 12:54

สาธุ -/\- open-mounthed smile

#1 By Toniiz (180.183.191.83) on 2011-06-24 15:57