เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ที่ผ่านมา..

ในขณะที่กำลังนั่งเล่นเฟซบุคอย่างเซ็งๆอยู่นั่นเอง..

ไม่รู้จะอะไรยังไงดี เลยไปแซวอ.พิพัฒน์ในเฟซ

คุยไปคุยมา อพพ. เลยชวนไปอบรม”การอ่านพระไตรปิฎก”


เราก็คิดว่า..”อ่านพระไตรปิฎก?” จะอบรมยังไงวะ? แต่ก็เฮ้ยย!น่าสนใจดีอ้ะ..

ก็เลยโทรไปบอกที่ภาควิชาปรัชญาว่า ขอกระแซะเพิ่มไปอีกที่นึง ทางภาคเค้าก็ตอบรับด้วยความยินดี

 

วันนี้(26 เม.ย. 54) เป็นวันแรกของการอบรม..

ชื่อเต็มๆของโครงการนี้คือ

"โครงการเพิ่มพูนความรู้ทางพระพุทธศาสนาสำหรับครูมัธยมศึกษา:

เรียนพระพุทธศาสนาจากพระไตรปิฎก


เค้าก็เริ่มลงทะเบียนกันตอนแปดโมงครึ่ง มีกาแฟกะไมโลและขนมให้กินตั้งกะก่อนเข้าห้องเลย

 

โว๊ววว  ดูดีเชียว!!~

 

วิทยากรคนแรก คือ ผศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์

ยังดูหนุ่มมากกกกก แล้วก็เก่งมว๊ากกกกกกก

 

ท่านเทพเรื่องพระไตรปิฎก ก็มาบรรยายให้เห็นภาพรวมของพระไตรปิฎก

 

ว่าคืออะไรยังไง แบ่งเป็นอะไร แล้วก็เล่าค่อนข้างลึก

 

ตอนแรกเราก็นึกในใจว่า จะหลับมั้ยวะกู ดูหัวข้อมันน่าจะไปเร็ว

 

ปรากฏว่าผิดคาดแฮะ!! วิทยากรสอนดีมาก เข้าใจง่าย ฮาด้วย แล้วก็ผู้เข้าร่วมอบรมมีการโต้ตอบกับคำถาม

 

ไม่นั่งกันเงียบๆ เลยทำให้บรรยากาศออกมาดูดี

 

พอตอนเที่ยง อ.ตุลย์(หรือ เชฟหมีของทุกๆคน) บอกว่า “เชิญรับประทานอาหารกลางวันที่ภาคจัดไว้ให้”

 

อ๊ากกก>///< กรี๊ดดดด กรูอบรมฟรี ได้เอกสารเป็นเล่มๆฟรี แล้วยังได้ของกินฟรีอีกเรอะ!

 

โว๊ะ ลดแลกแจกแถมมากเลยภาคนี้ ชอบใจ..ชอบใจ>,<

 

จะอวดว่าอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ของเค้านั้น มีอยู่สามอย่าง แล้วก็มีผลไม้ให้

 

แล้วจะบอกว่า ทุกอย่างอร่อยมว๊ากกก T_T อยากกินอีกกกกก

 

พักเบรกมีให้สองรอบ ดีมากมาย

 

 

วิทยากรตอนบ่ายนั้นเป็น ผศ.ดร.ชาญณรงค์ บุญหนุน (หัวหน้าภาควิชาปรัชญา ศิลปากร) แล้วก็อ.เชฟหมี

 

คนแรกคือ อ.เชฟหมี จะพูดเรื่องเกี่ยวกับพราหมณ์ ดาบส คัมภีร์พระเวท ศาสนาไชนะ

 

โดยอ.เล่าตั้งแต่เรื่องการอพยพของพวกที่อยู่บริเวณแถวๆเมโสโปเตเมีย ซึ่งแตกแขนงไปสองทาง

 

ทางนึงไปยุโรป อีกทางนึงลงมาทางตอนบนของอิหร่าน

 

ซึ่งตรงนั้นเค้าก็มีชนเผ่าเดิมอยู่แล้ว(เราจำชื่อไม่ได้) โดยที่ชนเผ่านั้นนับถือเทพผู้หญิง

 

แต่พวกที่ย้ายมานั้น(พวกอารยัน) นับถือเทพผู้ชาย ดังนั้น พอตอนหลังมาเป็นศาสนาฮินดู

 

ในคัมภีร์พระเวทจะพบว่า มีเทพเยอะแยะมากมาย ซึ่งมีทั้งหญิงและชาย ก็มาจากคนสองกลุ่มนั้นแหละ

 

ในคัมภีร์พระเวท มีการพูดถึงเทวดา..

 

แล้วรู้มั้ยว่าเทวดาในคัมภีร์มีจำนวนเท่าไหร่?

 

..

 

..

 

ให้ตายก็เดาไม่ถูกหรอกเธอ..เฉลยก็ได้นะ..

 

 

มีทั้งหมด 330 กว่าล้านองค์ = =’ มันจะเยอะอะไรขนาดนั้นวะ? แต่มันเยอะไปแล้วล่ะ

 

แล้วก็เล่าถึงว่า สมัยก่อนนั้น ในอินเดียน่ะนะ

 

พราหมณ์เค้าเป็นใหญ่ที่สุด แล้วก็ประมาณว่า ทำตัวกุมอำนาจอะไรงี้

 

ก็มีศาสนาไชนะกับศาสนาพุทธ

 

ที่เกิดขึ้นมาเพื่อโจมตี(ใช้คำนี้ไม่ถูกมั้ง) คือประมาณว่า

 

จะต่อต้าน เออใช่ๆ ต่อต้านพวกพราหมณ์อะไรงี้

 

เพราะเหิมเกริมมาก..

 

สังเกตจากพระไตรปิฎกจะพบได้ง่ายๆตั้งแต่ลักษณะของพระ

 

คือพระจะโกนผม  แล้วก็นุ่งจีวรซึ่งสมัยก่อนเอาผ้าห่อศพมาทำ แล้วก็ไม่สวมรองเท้าอะไรประมาณนี้

 

ในขณะที่พวกพราหมณ์นั้น จะไว้ผมยาว หรือมีการเกล้ามวยผม บ่งบอกให้รู้ว่ากรูชาติตระกูลดี

แล้วก็จะมีสายสะพาย เค้าเรียกว่าอะไรเราเรียกไม่ถูก อาจารย์พูดแล้วไม่ได้จดไว้

เออนั่นแหละ คงเคยเห็นกันตามโทรทัศน์ว่าพราหมณ์จะคล้องสายอะไรสักอย่าง เพื่อบ่งบอกวรรณะของตน

 

ก็สรุปง่ายๆว่าสิ่งที่พระพุทธองค์ทำนั้น เป็นการแสดงปฏิกิริยาทางสังคมในการต่อต้านอย่างเห็นได้ชัดจ้ะ

แล้วพวกพราหมณ์เนี่ยเค้าหยิ่งนะจ๊ะเธอ เค้าไม่ไหว้พระพุทธเจ้า

 

โดยมีการทำข้อตกลงกับพระพุทธเจ้าว่า ถ้าพราหมณ์ถือร่มอยุ่แล้วเจอพระพุทธเจ้า

 

จะทำความเคารพโดยการลดร่มให้ แค่นั้นนะจ๊ะเธออออ

 

แล้วนอกจากนี้เรายังรู้อะไรอีกมากมาย เช่น บทอาราธนาธรรม ซึ่งใช้กันมาแบบผิดๆเกือบทั้งประเทศ

ตั้งกะสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา แล้วก็เรื่อง “กาลิก” เรื่อง อาบัติที่เกี่ยวกับพระธุดงค์ 

แล้วก็เรื่องที่พระพุทธเจ้าล้ำหน้าไปกว่าวิทยาศาสตร์มา กว่า ๒๕๐๐ ปีแล้วอีกด้วย

แต่ว่าเดี๋ยวคราวจะมาเล่าให้ฟัง..คราวนี้เหนื่อยละ ฮ่าๆ

 

โหย..แล้วนี่อบรมตั้งสี่วัน สงสัยจะเขียนออกมายาวกว่าตอนไปน่านอีกมั้งเนี่ย เหอะๆ

 

เออ..ไหนๆก็ไหนๆ..เล่าถึงพราหมณ์แล้วก็เล่าต่ออีกสักหน่อย

 

คือพราหมณ์เมื่อก่อนน่ะ เค้าได้ข่าวกันว่าพระพุทธองค์มีลักษณะตรงตามมหาบุรุษ ๓๒ ประการใช่มะ

 

ทีนี้พวกเจ้าสำนักทั้งหลายก็สั่งให้ลูกศิษย์ไปสอดแนมดูว่าครบ ๓๒ อย่างจริงป่าว..

 

แต่ทุกคนก็จะได้เห็นแค่ ๓๐ อย่าง..

 

ให้เดาว่าหายอะไรไปอีก ๒..  ติ๊กต่อก..ติ๊กต่อก..

 

..

 

..

 

สิ่งแรกคือ พระชิวหา(ลิ้น)จ้ะ และสิ่งที่สองก็คือ พระคุยหะ (ตรงนั้นน่ะแหละ) เหอๆ

 

แล้วทีนี้ก็มีพราหมณ์คนนึงที่ไปแอบสอดแนม

 

ในขณะที่กำลังสนทนาตั้งคำถามกับพระพุทธองค์อยู่นั้น

 

ก็คิดอยู่ในใจว่า ต้องการจะเห็นสองสิ่งนั้น แต่จะทำยังไงดี

 

พระพุทธองค์ก็ทรงทราบความคิดนั่นแหละ ก็เลยแสดงให้ดู

 

แต่เค้าก็มีวิธีแสดงของเค้านะ แล้วแสดงให้ดูแค่พราหมณ์คนนี้คนเดียวเท่านั้นนะเธอ เหอๆ

 

ลิ้นน่ะ ตามพระไตรปิฎกเค้าบอกว่า สามารถแตะหูซ้ายและหูขวาได้เลยนะเธอ

 

ส่วนพระคุยหะนั้น “เหมือน (อะไรสักอย่างจำไม่ได้) ที่อยู่ในฝัก” เข้าใจป่ะ?

นั่นหมายความว่า ท่านไม่เป็นเหมือนอิสลามนั่นเอง (แปลความเอาเองนะ)

 

หรือถ้านึกภาพไม่ออก ก็ลองไปหาภาพรูปปั้นของ”พระมหาวีระ” ศาสดาของศาสนาเชน(ไชนะ)ดูนะ

 

แล้วจะรู้ว่าเป็นยังไง..

 

เออ..พูดถึงศาสนาเชน ขอต่ออีกนิด.. แหะๆ

 

ศาสนาเชนเนี่ยจะบอกว่าเรื่องราวของพระตีรถังกร (พระมหาวีระ) เนี่ย

คล้ายกับเรื่องราวของเจ้าชายสิตธัตถะมาก

 

แต่ความโดดเด่นของศาสนานี้คือ การยึดเรื่อง”อหิงสา”มากกกกกก

 

ดังนั้น.. เค้าจะไม่นุ่งห่มอะไรเลยล่ะเธอ เพราะเค้าถือว่าถ้าเรามีเครื่องนุ่งห่มเนี่ย

 

มันจะมีสัตว์ตัวเล็กๆไปอาศัยอยู่ตามเสื้อผ้าที่ใส่ แล้วอาจทำให้สัตว์ตายได้โดยไม่รู้ตัว

 

เค้าเลยเลือกที่จะไม่ใส่เสื้อผ้า เหอๆ

 

 

แล้วก็ การที่เราไม่ค่อยได้ยินชื่อศาสนานี้สักเท่าไหร่ เป็นเพราะว่า

 

 

“เค้าไม่ใส่เสื้อผ้า เลยถูกห้ามขึ้นเครื่องบิน” ฮ่าาาาาาา..

 

 

นั่นมุขเชฟหมี 555+

 

 

จริงๆนักบวชเชนก็มีทั้งพวกไม่นุ่งอะไรเลยและพวกนุ่งขาวจ้า

 

แต่ที่ว่าไม่ค่อยได้ยินชื่อศาสนานี้ ก็เพราะว่า

 

ศาสนานี้มีข้อห้าม..ไม่ให้ออกนอกประเทศ

 

เค้าก็เลยไปเผยแผ่ศาสนาที่อื่นไม่ได้จ้ะ

 

ประชากรนักบวชของศาสนาไชนะนั้นมีประมาณ 1% ของคนในประเทศจ้า

 

ถ้าใครอยากรู้อะไรเพิ่มก็คงต้องไปกูเกิ้ลแล้วล่ะจ้ะ

 

ไม่งั้นก็แอดเฟซบุคไปถามอ.เชฟหมีเอาเอง Kiss

เดี๋ยวคราวหน้าจะมาเล่าเรื่องที่ติดค้างไว้ให้ได้กระจ่างแจ้งกันนะจ๊ะ ^^

 

เป็นเรื่องที่ต้องกด Recommend ไว้เลยแหละ

 

เพราะมันเกี่ยวกับที่ว่า คนไทยเกือบทั้งประเทศสวดอาราธนาธรรมผิดๆกันมาโดยตลอด

 

ซึ่งความหมายมันก็ เอิ่ม..เพี้ยนไปมากมายจนไม่น่าให้อภัย เหอๆ

 

เรื่องกาลิก ๔ หรือ สิ่งที่พึงกลืนกินให้ล่วงลำคอลงไปได้ 
ซึ่งมีกำหนดไว้ว่าพระท่านจะเก็บไว้ฉันได้เฉพาะในเวลาที่กำหนดไว้

 

แล้วก็เรื่องอาบัติด้วย^^

 

คราวหน้าได้รู้กัน..วันนี้ไปก่อนละ เพลีย เหนื่อย มาก ๆ ไม่ไหวแล้วววววววว Y_Y

 

ป.ล. เราอย่าไปติดภาพลบกับพราหมณ์นะจ๊ะ เพราะครูพี่หมีบอกว่า..นั่นเป็นแค่พราหมณ์ในสมัยก่อนเท่านั้น

เดี๋ยวนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป อะไรๆก็เปลี่ยนจ้ะ :)

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พระไตรปิฎก คือ คำสอนพระพุทธเจ้า ได้รับความรู้ดีครับ big smile Hot! Hot!

#1 By i'am-toontoon on 2011-04-27 19:32

Hot! Hot! Hot!

โอ้ รู้มั่ง ไม่รู้มาก ได้รู้อะไรดีๆ เยอะเลย ขอบคุณนะคะน้องป่าน^^

#2 By fiothiel on 2011-04-27 19:53

กรี๊ดดดดดดดด อายcry surprised smile พิมไปได้ไงฟะ พอดีมีน้องอีกคนชื่อป่านอ่ะจ้ะ เจ๊มึนsad smile

น้องปุ่นๆๆๆๆๆๆ (ท่องไว้ๆๆcry cry )

ก็ชื่อเราเหมือนผู้ชายอ่ะ ป่านดูผู้หญิงกว่านี่ งุงิๆ (แถ)sad smile

#3 By fiothiel on 2011-04-27 20:17

Hot! Hot! Hot! เกร็ดน่ารู้นิ

สมัยนั้นศาสนาพุทธอาจจะนำสมัยสุดๆ เลยก็ได้

#4 By วิหคสีคราม on 2011-04-27 21:41

ว้ายๆ ชอบเชฟหมี
เป็น อ. หรือนี่
เขียนมาเยอะๆ เอาให้ครบทุกเรื่องนะ
(ห้ามขี้เกียจด้วย)
ชอบอ่านจ้ะbig smile Hot! Hot! Hot!

#5 By lunatic_girl on 2011-04-27 22:26

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

555+ มีมุกเชฟหมีด้วยsad smile sad smile

มาได้ไงเนี่ยsad smile big smile big smile big smile
โห ทีเเรกกะว่าจะอ่านผ่าน
แล้วมา comment ขอบาย
แต่กลายเป็นเฮ้ย ความรู้ใหม่ สำหรับพี่เลย
น่าสนใจ และ น่าสนุกทีเดียว
แต่ก็ยอมรับว่า
ให้ไปฟังก็คงไม่ถูกจริต
Hot! Hot! Hot!
ติดตามตอนต่อไป

Hot!

#8 By LittleDevil on 2011-04-28 08:46

อาหารอร่อย พร้อมความรู้เพียบบบ
ถูกใจพี่ปุ่นเลยสิbig smile

#9 By L*Ourson on 2011-04-28 09:52

เกินจะคุ้มนะงานนี้
แถมได้ความรู้มาแบ่งปันให้พวกพี่ๆได้รับรู้ด้วย
อ่านแล้วยิ่งน่าสนใจน่าค้นหา
รออ่านตอนต่อไปว่าเรื่องราวจะเป็นไง นะจ๊ะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#10 By พังเพรียว on 2011-04-28 10:41

ดูก่อนท่านผู้เจริญ

ดีใจจริงๆขอรับ ที่ท่านสนใจในเรื่องราวของพระพุทธศาสนา
ที่จริงเรื่องราวทางพระพุทธศาสนานั้นหาได้น่าเบื่อไม่
ถ้าได้อ่านพระไตรปิกฏที่เป็นเรื่องราวทางพระพุทธประวัติแล้วล่ะก็ จะรู้สึกเหมือนได้อ่านนิยายยังไงยังงั้นเลย

นี่ลองฝากอ่านเรื่องนี้ เผื่อท่านจะยังไม่ได้อ่าน
http://narathipo.exteen.com/20110318/entry-3

ขอให้เจริญในธรรม
big smile surprised smile Hot! Hot! Hot!

#11 By บุรุษนิรนาม on 2011-04-28 10:50

น่าไปจัง อยากลองชิมอาหารจากเชฟหมี 555++ ไม่ใช่ๆ ได้ความรู้ดีจังค่ะ เรื่องแบบนี้ไม่เคยได้รู้มาก่อนเลย ทำให้รู้สึกว่า กว่าพระพุทธเจ้าจะทรงเผยแผ่พระศาสนาได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย big smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! ยอดเลยค่ะ จะติดตาม ๆ

#13 By Dark Creature on 2011-04-28 17:20

จริงรึ ตัวร้อนรึเปล่า ?

อะแปะให้หนึ่งดวง ต้อนรับฮอตโพสต์ Hot! big smile

#14 By keaaaa on 2011-04-28 19:09

แหม่ๆ จริงอะพี่ไม่เคยโหลดเลยหรอ ฮ่าๆ double wink

#15 By idscene on 2011-04-28 20:05

แม่กก บทที่ ๖ ธรรมะ ทำไม่ยาก
คราวหน้าจะแวะมาอีก

big smile big smile

#16 By ครูศวก on 2011-04-28 22:16

=w="

จะเกิด 2012

เพราะบล็อกแกติดฮอตโพสท์.................
เฮ้ย แค่แซววุ้ย

๕๕๕๕๕

เก้ บอกให้มาแซว

> 3<


เอาน่า ๆ


ชั้นก็อ่านลั้ลลา

ไม่รุจะเม้นไรแกนี่

เล่าต่อเร็ว ๆ เด้อ นู๋ วัยรุ่นแรกแย้ม(โลง) จะคอย

Hot! Hot! confused smile

#19 By ปิยะ99 on 2011-04-29 08:36

Hot! Hot!

ขอบคุณความรู้ดีดีเน่อconfused smile

#20 By cii³ on 2011-04-29 10:04

เพลงประกอบชวนสงบดีรอภาค2
big smile Hot! Hot!

#21 By dP on 2011-04-29 14:42

ขอบคุณที่แวะมาจ้า เร็วมากเลย มิ้วๆๆๆๆๆHot! confused smile

#22 By วิหคสีคราม on 2011-04-29 18:09

ขอบคุณค่ะ

ตอนนี้ก็กำลังพยายามหา และทำใจกับทางออก ที่มี TT

#23 By cii³ on 2011-04-29 20:08

จริงๆแล้วความคิดเหล่านี้ทั้งหมดต้องมีส่วนร่วมกับคนผู้อ่าน. อยู่ดีติดตามสิ่งต่างๆที่คุณจะสามารถช่วยให้ผู้คนจำนวนมากเช่นว่านั้นในความต้องการของตนอย่างนี้ คุณเป็นคนดี. blogger !

#24 By HCG Diet (121.96.216.63) on 2011-04-30 07:26

จริงๆแล้วความคิดเหล่านี้ทั้งหมดต้องมีส่วนร่วมกับคนผู้อ่าน. อยู่ดีติดตามสิ่งต่างๆที่คุณจะสามารถช่วยให้ผู้คนจำนวนมากเช่นว่านั้นในความต้องการของตนอย่างนี้ คุณเป็นคนดี. blogger !

#25 By 7 day belly blast (121.96.216.63) on 2011-04-30 09:05

เรื่องราวน่าสนใจมากๆ
ตอนเชพหมีเรียกกินข้าวนึกว่าจะเจอบุฟเฟ่ต์กากๆ
ได้ศัพท์ใหม่แล้ว พระคุยหะ คะฮุย เหวยๆ confused smile
Hot! Hot! Hot!

#26 By 40reborn on 2011-05-02 00:17

สุดยอดอะคะ นับถือๆ

#27 By JanEngland on 2011-05-13 21:58