จิตแฟม Part III
posted on 23 Jul 2010 10:00 by just-a-lady in PsyChologyโฮ่ๆๆๆๆ
กลับมาพบกันอีกแล้วค๊า..วันศุกร์..ซุก..สุข..!! \(^.^)/
ตามที่บอกไว้ว่าวันนี้จะมาเล่าเรื่อง "การเลือกคู่ครอง" อู้วววววววววว!!!O_O
อยากรู้อะดี้..อยากรู้อะดี้..
จะเลือกยังไงให้มันได้ดีๆน้อ..ไอ้ทุกวันนี้ยังหาดีๆไม่ค่อยจะได้เล๊ยยยยยย!!
เดี๋ยวได้รู้กันค๊า
--------------------------------------------------Let's Go!!!!!!!!!!!~----------------------------------------------------
การเลือกคู่ครอง : จุดกำเนิดของครอบครัว
มาดูกันก่อนดีกว่าค่า..ว่าในทางการศึกษาแต่ละสาขาเค้าเขียนนิยามการเลือกคู่ครองไว้ว่ายังไง..
Biology ||> กล่าวถึง วิวัฒนาการของชีวิต สืบเชื้อสายเผ่าพันธุ์ แรงผลักดันทางเพศ(พลังของฮอร์โมนทางเพศ)
Psychology ||> กล่าวถึง ความแข็งแกร่ง ความมีพลัง การมีเสน่ห์ดึงดูดใจ โดยที่เพศเป็นตัวแปรสำคัญของการเลือกคู่ ความพึงพอใจส่วนตัว ความสอดคล้องกันทางความคิด อารมณ์ และการแสดงออกในทางเดียวกัน(ซึ่งหมายความว่าถ้ามันสอดคล้องกันอย่างที่พร่ำๆมานั้น จะทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นทางจิตใจขึ้น)
Sociology ||> การรวมตัวเป็นกลุ่มพวกเดียวกันเพื่อความแข็งแกร่ง ความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ ตอบสนองความต้องการจัดอันดับชั้นทางสังคม(การเป็นผู้นำ,ผู้ตาม)
ถ้าจะเลือกคู่ครอง... 3 เหตุผลแรกที่จะใช้เป็นเกณฑ์การตัดสิน คือ
1. ความรัก
2. การยอมรับในความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual Difference)
3. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
การเลือกคู่ครอง..
* ผู้เลือกจะต้องรับผลการเลือกนั้นไปชั่วชีวิต หมายความว่าไง? ก็หมายความว่า..เลือกไปแล้ว ไม่ว่าจะดีจะร้ายยังไง..ก็ตัดสินใจไปแล้ว ก็ต้องยอมรับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้ เหอๆ บางคนอาจเถียงว่า ทำไมฉันต้องทน? ฉันก็เลิกไปสิ..อันนั้นก็ใช่ คุณจะไม่ทนมันก็เรื่องของคุณ แต่คุณอย่าลืมว่า เวลาเราตอกตะ)ลงไปบนแผ่นไม้ ถึงเราจะถอนตะปูออกมา แผ่นไม้มันก็มีรูอยู่ดี.. มันก็เหมือนกับว่า ถ้าคุณเลือกผิดแล้วนั้น ต่อให้คุณจะเลิกรากับเค้าไป ถึงยังไงความเจ็บปวดหรือประสบการณ์เลวร้ายก็ยังอยู่ในความทรงจำอยู่ดี..
* การก้าวสู่ชีวิตคู่ที่ผิดพลาดในครั้งแรกอาจพบหนทางที่ถูกในชีวิตน้อยลง ก็อย่าที่บอกในหัวข้อบน..มันก็เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องกันมา ถ้าครั้งแรกเราเลือกผิด เราอาจจะไม่เลือกอีก หรือถ้าหากเราเลือกตัดสินใจคบใครอีกครั้ง...มันอาจจะเป็นไปได้ว่าครั้งนี้ก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีเช่นกัน ปัจจัยประกอบหลายสิ่ง เช่น คุณอาจเลือกเขาเพราะให้เขามาแทนคนเก่า หรือเลือกเขาเพราะคุณไม่สามารถดูแลตัวเองได้ มีบุคลิกภาพแบบพึ่งพิงผู้อื่น..แบบนี้ก็ทำให้การตัดสินใจครั้งใหม่ของคุณผิดพลาดได้เช่นกัน.. ฉะนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใครมาเป็นคู่ชีวิต ใจเย็นๆ ค่อยๆเลือกให้ดีๆ..
* การแต่งงานต้องอาศัยความละเอียดอ่อน การเตรียมตัว ความพร้อม และปัจจัยหลายอย่าง ต้องอาศัยสติปัญญาและการปรับตัว แน่นอนว่าถ้าคุณไม่พร้อม..ปัญหาชีวิตคู่อีกหลายอย่างจะตามมาแน่นอน เช่น ถ้าเจ้าสาวคุณท้องก่อนแต่ง ภาวะนั้นคุณไม่พร้อม แน่นอนว่าปัญหาเรื่องการเงินจะเป็นสิ่งแรกที่คุณต้องพบเจอและเป็นปัญหาที่ใหญ่มากซะด้วย การจะตัดสินใจแต่งงานนั้น ต้องไตร่ตรองให้ดีว่าคุณฝ่ายชายมีฐานะการเงินมั่นคง หน้าที่การงานมั่นคงพอที่จะดูแลคุณผู้หญิงได้หรือยัง ไม่ใช่นึกจะแต่งก็แต่ง แล้วก็มากัดก้อนเกลือกิน ไม่สามารถเลี้ยงดูให้คุณผู้หญิงมีความสุขได้ ไม่สามารถดูแลลูกที่อาจจะมีหลังการแต่งงานได้ คุณผู้หญิงเองก็เช่นกัน..พร้อมรึยังที่จะเลิกนิสัยช้อปปิ้งฟุ่มเฟือย? เลิกนิสัยขี้เกียจซัฟผ้ารีดผ้าและพร้อมที่จะมารับผิดชอบชีวิตคุณผู้ชายหรือยัง ถ้ายังก็อย่าเพิ่ง.. ต่างคนต่างต้องค่อยๆเรียนรู้ ใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันให้ดีซะก่อน มั่นใจแล้วว่าโอเค..เรายอมรับเค้าได้ เราพร้อมที่จะปรับตัว โอนอ่อนผ่อนตามในบางเรื่องที่เป็นตัวเค้าได้..อันนั้นค่อยว่ากัน
* คู่สมรสต่างหล่อหลอมมาจากกรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน สิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้คือ..เราทั้งคู่ไม่ได้มาจากพ่อแม่คนเดียวกัน ไม่ได้มาจากครอบครัวที่มีสภาพเศรษฐกิจสังคมเหมือนกัน และไม่ได้มาจากสิ่งแวดล้อมที่เหมือนๆกัน เพราะฉะนั้นพฤติกรรมบางสิ่งบางอย่างที่คู่ของคุณทำไป ทั้งสิ่งดีและสิ่งไม่ดี คุณอาจรับได้หรืออาจรับไม่ได้ ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า เค้าถูกเลี้ยงดูมาไม่เหมือนเรา สิ่งที่ไม่ดีในสายตาเรา เราไม่ชอบ เราควรต้องระลึกด้วยว่า เค้าไม่ได้ถูกเลี้ยงมาในแบบที่ถูกเลี้ยง และเค้าไม่ได้ถูกเลี้ยงมาเพื่อให้เป็นในแบบที่เราต้องการไปซะทุกอย่าง..
องค์ประกอบสำคัญในการช่วยพิจารณาคู่ครอง
1. ภูมิหลังก่อนการแต่งงาน(ภูมิหลังของครอบครัว) โบราณเค้าว่า "ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่" อย่าทำเป็นเล่นไปว่า อุ๊ย..จะบ้าเหรอเราแต่งกะเค้าเราไม่ได้แต่งกะพ่อแม่เค้านะ..แต่อย่าลืมว่า..แล้วที่เค้าเป็นเค้าได้ทุกวันนี้น่ะเพราะใครเลี้ยงเค้ามา? เลี้ยงเค้ามาอย่างไร? ตามใจมากเกิน? มีระเบียบมากเกิน? สิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมเค้ามาเป็นอย่างไร?
2. ระยะเวลาที่รู้จักกันก่อนการแต่งงาน(การหมั้น) ช่วงของการหมั้นก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ทำให้อีกฝ่ายได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันในการเตรียมตัวจะเป็นเจ้าสาว-เจ้าบ่าวของอีกฝ่ายโดยที่มีพยานรับรุ้ว่า..เออ สองคนนี้เค้าเป็นคู่กันแล้วนะ บางคนหมั้นได้ก็ถอนหมั้นได้..เพราะอะไร? ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..การเรียนรู้คนคนนึงบางทีทั้งชีวิตก็อาจยังไม่พอ ถ้าคุณมาพบว่าเฮ้ย!มันไม่ใช่แล้วว่ะ..ก็ถอนตัวซะตั้งแต่ตอนนี้ยังทัน
3. อายุเริ่มต้นของชีวิตครอบครัว
- ชายต่ำกว่า 21 ปี หญิงต่ำกว่า 18 ปี นั้นไม่ดี
- ชาย 27 ปีขึ้นไป หญิง 25 ปีขึ้นไป กำลังดี
4. ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม และวัฒนธรรมของคู่สมรส ต้องดูว่า ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่างกันเกินไปมั้ย จริงอยุ่ที่ว่าคนรักกันอาจไม่ได้สนใจเรื่องเงินทอง แต่คุณลองหันหลังไปมองคนรอบข้างรึยัง สมมติว่าแฟนคุณรวยมาก รวยเวอร์ กับคุที่ต้องทำงานงกๆเงินเดือนๆนึงแทบไม่มีเก็บ แน่นอนต้องมีคนคิดว่าคุณจะไปเกาะเค้ากิน ถามว่าคุณยอมรับได้มั้ย ถ้ายอมรับได้ก็โอเค.. หรือไม่มีทางแก้อีกวิธีหนึ่งคือ ตอนจดทะเบียนสมรสก็แยกแยะให้ชัดเจนว่าอันไหนเป็นสินสมรส อันไหนเป็นสินส่วนตัว ถ้าเลิกกันจะได้ไม่มีข้อครหาว่าเราแต่งเพื่อจะเอาเงินเค้า เพราะไม่อย่างนั้นของทั้งหมดจะกลายเป็นสินสมรสแล้วต้องหารครึ่ง ก็จะดูไม่ดีไป.. นอกจากนี้ยังต้องดูด้วยว่าเรารับวัฒนธรรมของเค้าได้มั้ย สมมติว่าเราไปอยู่กับครอบครัวที่เป็น ครอบครัวขยาย (คลิกเพื่ออ่านเอนทรี่ที่มีคำอธิบายเรื่องนี้) มีพ่อแม่พี่น้อง ลุงป้าน้าอาอยู่กันครบ เวลากินข้าวต้องลงมากินกันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่เราเป็นคนชอบอยู่เงียบๆไม่ชอบอะไรล้งเล้งแบบนี้ ก็ต้องถามตัวเองให้ดีเสียก่อนว่า ถ้าแต่งงานไปแล้วเราต้องมาอยุ่รวมกับครอบครัวเขา ไม่สามารถแยกครอบครัวไปเป็นครอบครัวเดี่ยวได้ เราจะยอมรับในจุดๆนี้ได้มั้ย?
5. ภาวะสุขภาพ นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่คนมักจะมองเลยข้ามไป ก่อนการแต่งงานจะมีสักกี่คู่ที่ไปตรวจเลือด? ตรวจสุขภาพ? ทำไมต้องตรวจล่ะ?ก็เพราะว่าคุณจะได้รู้ว่าคู่ของคุณมีสุขภาพเป็นเช่นไรตอนนี้ ถ้าเกิดเค้าสบายดีก็แล้วไป ถ้าเกิดเลือดเค้ามีปัญหา เกิดเป็นธาลัสีเมียขึ้นมา..ทำไงล่ะ แต่งแล้ว ท้องไปแล้ว มีลูกไปแล้ว แล้วจะทำไง? ปัญหาก็มาตกที่ลูกอีก เด็กเกิดมาโดยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องมารับกรรม หรือคุ่ของคุณอาจจะมีภาวะสุขภาพอื่นๆเช่น ตับเริ่มจะแข็ง ปอดเริ่มจะคล้ำจากการสูบบุหรี่..คุณจะเตรียมใจได้มั้ยถ้าเค้าอาจจะตายด้วยปัญหาสุขภาพก่อนคุณ? ไอ้เรื่องตายยังไม่เท่าไหร่ เกิดมันไปรักษาที่โรงพยาบาลเป็นปีๆ..แล้วทีนี้จะทำไง? งานเค้าก็ทำไม่ได้ เราก็ต้องรับภาระทุกอย่างคนเดียว..ไอ้เงินเก็บที่คิดว่าจะเอาไว้รักาตัวเองตอนตายก็หมดไปเพราะรักษาแฟน..แถมมันยังมาตายก่อนอีก? แล้วจะทำยังไง.. เช็คไว้บ้างก็ดีนะคะ จะได้รับมือกับปัญหาได้ทัน ไม่ได้จะบอกใลกกัน แต่เพื่อจะได้เตรียมตัวว่า ถ้าตรวจพบโรคจะรับได้มั้ย ถ้ารับได้แล้วจะวางแผนการใช้ชีวิตคุ่ต่อไปอย่างไร จะได้อยุ่กันอย่างมีความสุขค่ะ..
เกณฑ์ในการเลือกคู่ครอง
1. คุณลักษณะของคู่สมรส
1.1 รูปร่างหน้าตา -- อันนี้ก็แน่นอนว่าต้องมีบ้าง จะให้ไปเอาคนหน้าเห็ดมาเป็นแฟนก็ใช่ที่
ก็ต้องพิจารณาที่เหมาะสมกันบ้าง
1.2 นิสัยใจคอ -- ถ้าเข้ากันไม่ได้?จะคบกันไปทำไม?
1.3 วุฒิภาวะทางอารมณ์ -- เรายอมรับอารมณ์เค้าได้มั้ย สมมติว่าเค้าเป็นคนกินเหล้าแล้วโมโห โวยวาย
หรือเป็นคนโมโหง่าย? ทะเลาะกันแล้วทำร้ายร่างกาย คุณรับได้ไหม?
1.4 ความสนใจ รสนิยม -- "เฮ้ย!ตัวเค้าอยากดูหนังเรื่องนี้อ่ะ" "ปัญญาอ่อนรึป่าว อยากดูก็ไปคนเดียวเหอะ"..
แบบนี้ไม่ไหวนะคะ บางคนคิดว่า แต่กต่างสิดีจะได้เติมเต็ม แต่อย่าลืมมองว่า
แล้วถ้ารสนิยมต่างกันเกินไป..จะหากิจกรรมไหนที่มันจะมาทำร่วมกันได้คะ?
แล้วเวลาของความเป็นครอบครัวมันจะเหลือมั้ยคะ?
1.5 วัยสมรสและความต่างวัยของคู่สมรส -- ถ้าห่างกัน 4-5 ปีก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าอายุห่างกันมากกว่านั้น...
ก็ต้องเริ่มคิดแล้วว่า "ฉันจะแคร์สื่อมั้ย?"
1.6 เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา -- ถ้าแฟนเป็นมุสลิมแต่คุณไม่พร้อมจะเปลี่ยนศาสนา?
ถ้าแฟนเป็นคริสต์แต่คุณไม่ชอบเข้าโบสถ์? ..ตกลงกันให้ดีก่อนค่า..
1.7 สุขภาพกายและจิตใจ -- สุขภาพกายดีมั้ย?อย่างที่บอกไปแล้วในเรื่องภาวะสุขภาพ ส่วนสุขภาพจิตก็เป็นสิ่งสำคัญ ..
คุณจะทำยังไงถ้าคู่ของคุณเป็นโรควิตกกังวล โรคขี้อิจฉา
โรคเห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ แน่นอนว่าคุณต้องเกือบจะบ้าไปพร้อมๆกับแฟนคุณแน่
เพราะเค้าต้องเอาเรื่องพวกนั้นมากรอกหูคุณทุกวัน ....
สุดท้ายจะกลายเป็นการอยู่เพื่อทะเลาะกันไปซะเปล่าๆ
2. ภูมิหลังของครอบครัว
2.1 พื้นเพครอบครัวของคู่หมาย -- เหมือนกับตอนที่กล่าวเรื่องภูมิหลังค่ะ...
ต้องดูว่าถูกเลี้ยงมาในสิ่งแวดล้อมแบบไหน เลี้ยงมาอย่างไร
2.2 ความสัมพันธ์ของพ่อแม่ที่มีต่อคู่หมาย -- รักกันกับพ่อแม่ดี หรือเจอหน้าพ่อแม่แล้วเถียงฉอดๆทะเลาะกันตลอด...
2.3ลักษณะครอบครัวของคู่หมาย -- เป็นครอบครัวเดี่ยว? ครอบครัวขยาย? แต่งแล้วจำเป็นต้องไปอยู่กับญาติ?
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ยะฮิ้ววววววววววววววววววว!!!! หมดเรื่องหมดราวแล้วสำหรับอาทิตย์นี้นะค๊า
อาทิตย์หน้าจะมาเล่าเรื่อง "สาเหตุสำคัญของการสมรส" ค่า^^
อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค๊า จุฟๆ..
อาทิตย์นี้ปุ่นไปก่อนละค๊า..สวัสดีงามๆค่า!!!!! /|\ ..
P.S. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี้ ดูหนังเก่ามากถึงมากที่สุดค่ะ เรื่อง "เหยื่อ" ไม่ทราบว่ามีใครรู้จักบ้างมั้ยค๊า
แต่แนะนำว่าให้หาดูนะคะ คุณจินตรา สุขพัฒน์ คุณมยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช แล้วก็คุณอะไรไม่รู้ปุ่นไม่รู้จักแสดงค่ะ เรื่องนี้เป็นหนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงของครอบครัวหนึ่ง
ที่ไม่มีเวลาให้ลูก จนเกิดโศกนาฏกรรม ลูกชายฆ่าคนตายในบ้านโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ค่ะ..ลองหาดูกันนะคะ
แต่ย้ำว่าหนังเก่ามากจริงๆค่ะ ^^" แฮ่ๆ

บ้านนายลิงแว่น
รู้ลึก รู้จริง ต้องจิตแฟม! 5 5
-_/|\_-
#1 By idscene on 2010-07-23 16:35